วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โครงงานวิทยาศาสตร์
เรื่อง  กรดจากน้ำผลไม้ขจัดคราบบนเหรียญ

จัดทำโดย
  1.  นางสาวจารุกัญญ์  ไชยศรีรัมย์      เลขที่  12
 2.  นางสาวจินตนา  ไชยศรีรัมย์        เลขที่  13
                          3.  นางสาวศิริพร   อุ่นสเดา              เลขที่  28
                          4. นางสาวอัจจิมา   ตื่นเต้นดี            เลขที่  33

ครูที่ปรึกษาการจัดทำโครงงาน
คุณครูรตนัตตยา    จันทนะสาโร

โรงเรียนภัทรบพิตร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต 32


กิตติกรรมประกาศ

        โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  กรดจากน้ำผลไม้ขจัดคราบบนเหรียญ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการทดลองหาระดับความเป็นกรดของน้ำผลไม้   แต่ละชนิดที่มาผสมกันและทดสอบความสามารถในการกัดกร่อนของน้ำผลไม้ที่ผสมกันแล้วนำมาเติมเกลือละลายน้ำว่ามีฤทธิ์ในการขจัดคราบสกปรกของเหรียญได้หรือไม่  โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณครูรตรัตตยา   จันทนะสาโร   ครูประจำวิชาและขอขอบพระคุณที่ได้ให้คำปรึกษาในการจัดทำโครงงานและได้รับความอนุเคราะห์จากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ  แนะนำเอกสารตำราต่างๆให้ศึกษาค้นคว้า
      คณะผู้จัดทำ  ขอขอบพระคุณทุกท่านดังที่ได้กล่าวถึงมาข้างหน้าและที่ไม่ได้กล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง

                                                                               คณะผู้จัดทำ
                                                                                     นางสาวจารุกัญญ์  ไชยศีรัมย์
                                                                                     นางสาวจินตนา   ไชศรีรัมย์
                                                                                      นางสาวศิริพร  อุ่นสเดา
                                                                                      นางสาวอัจจิมา   ตื่นเต้นดี


บทคัดย่อ

                   โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง กรดจากน้ำผลไม้ขจัดคราบบนเหรียญ         การทดลองนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ทดสอบหาระดับความเป็นกรดและความสามารถในการกัดกร่อน โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ตอนดังนี้ คือ ตอนที่ 1 ศึกษาหาระดับค่าความเป็นกรด โดยการนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำสับปะรด น้ำมะนาวผสมกับน้ำส้ม และน้ำสับปะรดผสมกับน้ำส้ม เพื่อทดสอบหาระดับค่าความเป็นกรด ว่าน้ำผลไม้ที่ผสมกันนั้น แบบใดมีค่าความเป็นกรดเรียงลำดับจากค่า และในตอนที่ 2 จะศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการกัดกร่อนของน้ำผลไม้ที่ผสมกันในตอนที่ 1 โดยการเติมเกลือละลายน้ำลงไปในน้ำผลไม้ที่ผสมกันไว้ทั้ง 3 แบบ แล้วหลังจากนั้นนำเหรียญที่มีคราบสกปรกมาใส่ในน้ำผลไม้ทั้ง 3 แบบ และสังเกตผลการทดลอง








บทที่ 1
บทนำ
   ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                ประชาชนส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำผลไม้เพื่อคลายร้อนและกระหาย  บางครั้งก็นำน้ำผลไม้มาแปรรูปซึ่งเป็นการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่งหรือนำมารับประทานแทนของว่างก็ได้  กลุ่มของดิฉันจึงได้นำข้อมูลเหล่านี้มาคุยและปรึกษากันกับสมาชิกภายในกลุ่มว่าเราสามารถนำผลไม้บางชนิดที่มีฤทธิ์ความเป็นกรดมาขจัดคราบสกปรกบนเหรียญได้หรือไม่และถ้าต้องจัดระดับค่าความเป็นกรดเมื่อนำน้ำผลไม้มาผสมกับนั้นจะสามารถเรียงลำดับว่าอับว่าอันไหนมีค่าความเป็นกรดสูงสุดจากข้อสงสัยต่างๆเหล่านี้กลุ่มของดิฉันจึงได้คิดค้นจัดทำโครงงานนี้ขึ้นมา

วัตถุประสงค์
           1.  เพื่อศึกษาหาระดับค่าความเป็นกรดของน้ำผลไม้เมื่อนำมาผสมกัน
         
 2.  เพื่อศึกษาว่ากรดจากน้ำผลไม้ที่ผสมแล้วเติมเกลือละลายน้ำลงไปจะมีความสามารถในการขจัดคราบสกปรกหรือไม่
          
3.  เพื่อศึกษาหาความสามารถในการกัดกร่อนของน้ำผลไม้เมื่อนำเกลือละลายน้ำมาผสม



ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
             1.  ได้ทราบถึงระดับกรดเมื่อทำการทดสอบจากน้ำผลไม้เมื่อนำมา
ผสมกับและเรียงลำดับค่าจากมากไปหาน้อย

             2. 
ได้ทราบถึงความสามารถในการขจัดคราบสกปรกของน้ำผลไม้ที่ผสมกันแล้วเติมเกลือละลายน้ำลงไปว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการทำความสะอาดได้จริง
             3.  
ได้ทราบถึงความสามรถในการการกัดกร่อนของน้ำผลไม้ที่ผสมกับแล้วนำเกลือละลายน้ำมาผสมว่า มีฤทธิ์กัดกร่อนจนสามารถขจัดสกปรกได้

 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
             1. ศึกษาหาระดับค่าความเป็นกรด ของน้ำผลไม้ที่นำมาผสมกัน
             2.
ศึกษาหาความสามารถในการกัดกร่อนของน้ำผลไม้ที่ผสมกัน แล้วเติมเกลือละลายน้ำลงไปและความสามารถในการขจัดคราบสกปรกบนเหรียญ

สมมุติฐานของการศึกษา
             ตอนที่1 วัตถุดิบที่นำมาทดลอง เมื่อนำมาผสมกันจะทำให้ระดับค่าความเป็นกรดเปลี่ยนไป
           
 ตอนที่2 ระดับค่าความเป็นกรด เมื่อนำเกลือละลายน้ำมาผสมลงไปจะทำให้ความสามารถในการกัดกร่อนและขจัดคราบสกปรกได้ดียิ่งขึ้น                        

ตัวแปร
ตัวแปรต้น
       ตอนที่1 น้ำมะนาว น้ำสับปะรด น้ำส้ม
       ตอนที่2 น้ำมะนาว น้ำสับปะรด น้ำส้ม เกลือละลายน้ำ
ตัวแปรตาม
        ระดับค่า ph ที่วัดได้จากการทดลอง
ตัวแปรควบคุม
         ตอนที่1 ปริมาณน้ำมะนาว ปริมาณน้ำสับปะรด ปริมาณน้ำส้ม
         ตอนที่2 ปริมาณน้ำมะนาว ปริมาณน้ำสับปะรด ปริมาณน้ำส้ม ปริมาณเกลือละลายน้ำ








บทที่ 2
เอกสารและผมลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ส้ม

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร    Plantae
      ส่วน       Magnoliophyta
      ชั้น          Magnoliopsida
ชั้นย่อย  Rosidae
อันดับ    Sapindales
วงศ์         Rutaceae
สกุล        Citrus
             ส้ม เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กหลายชนิดในสกุล Citrus วงศ์ Rutaceae
มี
ด้วยกันนับร้อยชนิด เติบโตกระจายอยู่ทั่วโลก โดยมากจะมีน้ำมันหอมระเหยในใบ
ดอก และผล และมีกลิ่นฉุน หากนำใบขึ้นส่องกับแสงแดด จะเห็นจุดเล็กๆ เต็มไปหมด ซึ่งจุดเหล่านั้นก็คือแหล่งน้ำมันนั่นเอง ส้มหลายชนิดรับประทานได้ ผลมีรสเปรี้ยวหรือหวาน มักจะมีแคลเซียม โปแทสเซียม ไวตามินเอ และไวตามินซี มากเป็นพิเศษ ถ้าผลไม้จำพวกนี้มี มะ อยู่หน้า ต้องตัดคำ ส้ม ออก เช่น ส้มมะนาว ส้มมะกรูด เป็น มะนาว มะกรูด
มะนาว

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร Plantae
ส่วน       Magnoliophyta
ชั้น          Magnoliopsida
อันดับ    Sapindales
วงศ์         Rutaceae
สกุล        Citrus
สปีชีส์    C. aurantifolia
ชื่อวิทยาศาสตร์    Citrus aurantifolia Swing.
           มะนาว (อังกฤษ: lime) เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยู่ในสกุล ส้ม (Citrus) ผลสีเขียว เมื่อสุกจัดจะเป็นสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบ่งกลีบๆ ชุ่มน้ำมาก นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรส นอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย
สับปะรด

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร                  Plantae
ส่วน พืชดอก            Magnoliophyta
ส่วนไม่จัดอันดับ      Angiosperms
ชั้นไม่จัดอันดับ         Monocots
ชั้น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว   Liliopsida
อันดับไม่จัดอันดับ    Commelinids
อันดับ                       Poales
วงศ์                            Bromeliaceae
วงศ์ย่อย                      Bromelioideae
                สับปะรด (ชื่อทางวิทยาศาตร์: Ananas comosus) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ลำต้นมีขนาดสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร การปลูกก็สามารถปลูกได้ง่ายโดยการใช้หน่อหรือที่เป็นส่วนยอดของผลที่เรียก ว่า จุก มาฝังกลบดินไว้ และออกเป็นผล เปลือกของผลสับปะรดภายนอกมีลักษณะคล้ายตาล้อมรอบผล


บทที่ 3
วิธีดำเนินการโครงงาน
     อุปกรณ์และวิธีการทดลอง      
              1.  วัสดุ
              
    1.1  น้ำมะนาว
                  
1.2  น้ำสับปะรด
                   1.3  น้ำส้ม

                  
1.4   เกลือละลายน้ำ
                  
1.5  เหรียญหนึ่งบาท  3  แหรียญ
             2.  อุปกรณ์
                  2.1  มีด
                  2.2   ชามขนาดกลาง  3  ใบ
                  2.3   ชามใบเล็ก  2  ใบ
                  2.4   ช้อน  2  คัน
                  2.5   เขียง
                  2.6  กระดาษลิตมัส
ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน
              1.  ขั้นตอนการเตรียมวัสดุ
                  
1.1  นำมะนาว  สับปะรดและส้มมาคั้นให้ได้น้ำและกรองเอาตะกอนทิ้ง
                  
1.2   นำเกลือมาละลายน้ำละอาดทิ้งไว้ประมาณ  5  นาที

       ขั้นตอนการทดลอง
        ตอนที่  1  ศึกษาระดับค่าความเป็นกรดของน้ำผลไม้เมื่อนำมาผสมและเรียงลำดับจากค่ามากไปหาค่าน้อย
          
1.1  นำมะนาว  ส้ม  สับปะรด  มาคั้นให้ได้น้ำ
          
1.2 เมื่อได้น้ำผลไม้ทั้ง 3 ชนิด แล้วให้นำมาผสมกันตามสัดส่วนดังนี้    
                
1.2.1 นำน้ำสับปะรดไปผสมกับน้ำมะนาว ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะเท่ากัน 
                
1.2.2 นำน้ำส้มไปผสมกับน้ำมะนาว ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะเท่ากัน
                
1.2.3 นำน้ำส้มไปผสมกับน้ำสับปะรด ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะเท่ากัน
           
1.3 เมื่อนำไปผสมตามสัดส่วนแล้ว คนให้เข้ากันแล้วทดสอบหาระดับค่าความเป็นกรดด้วยกระดาษลิตมัส
            
1.4 บันทึกผลการทดลองที่ได้ โดยการเรียงลำดับระดับค่าความเป็นกรด จากค่ามากไปหาค่าน้อย
         ตอนที่ 2 ศึกษาหาความสามารถในการกัดกร่อนและขจัดคราบสกปรกบนเหรียญ เมื่อนำเกลือละลายน้ำผสมลงไป                                            
                 
 2.1 ให้นำเกลือละลายน้ำที่ได้ไปผสมกับน้ำผลไม้ในตอนที่1 ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
                  
2.2 คนให้เข้ากัน แล้วนำเหรียญที่มีคราบสกปรกใส่ลงไปในน้ำผลไม้ที่ผสมเกลือละลายน้ำไว้
                 
 2.3 ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
                  
2.4 นำเหรียญออกมาล้างน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งนำมาเปรียบเทียบกัน แล้วบันทึกผลการ ทดลองที่เกิดขึ้น

บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล/ผลการจัดทำโครงงาน
ผลการทดลอง
          ตอนที่ 1   ระดับค่าความเป็นกรดของน้ำผลไม้เมือนำมาผสมกันเรียงลำดับจากค่ามากไปหาค่าน้อยเป็นดังนี้
น้ำผลไม้ที่นำมาผสมกัน
ค่า ph ที่ได้
1.น้ำมะนาว + น้ำสับปะรด

3.0
2.น้ำมะนาว + น้ำส้ม


4.0
3.น้ำส้ม + น้ำสับปะรด

4.5
          
 ตอนที่  ความสามารถในการกัดกร่อนและขจัดคราบสกปรกบนเหรียญเมื่อนำน้ำน้ำเกลือละลายน้ำผสมลงไป

ชามที่  1  น้ำส้ม  +  น้ำมะนาว
ชามที่ 2 น้ำมะนาว +  น้ำสับปะรด
ชามที่ 3  น้ำส้ม   +  น้ำสับปะรด
เหรียญหนึ่งบาทที่สกปรกจำนวน  3  เหรียญ



นำเหรียญที่มีความสกปรกใส่ในชามน้ำผลไม้ผสมเกลือละลายน้ำ


เหรียญที่ผ่านการแช่น้ำผลไม้ผสมเกลือละลาย 30 นาที






 บทที่ 5
สรุปผลและอภิปรายผลการดำเนินการจัดทำโครงงาน

 จากผลการทดลองสรุปได้ดังนี้            
           
1.  เมื่อนำน้ำส้มผสมกับน้ำมะนาวจะได้ค่า  pH เท่ากับ  4.0
            2.  เมื่อนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำสับปะรดจะได้ค่า  pH  เท่ากับ  3.0
            3.  เมื่อนำน้ำสมผสมกับน้ำสับปะรดจะได้ค่า  pH  เท่ากับ  4.5
                แสดงว่าเมื่อนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำสับปะรดจะพบว่าค่าความเป็นกรดสูงกว่า  น้ำมะนาวผสมกับน้ำส้ม และน้ำส้มผสมกับน้ำสับปะรด  นอกจากนี้เรายังพบว่าเมื่อนำน้ำผลไม้ที่ได้จากการผสมกันดังกล่าวทั้ง 3 ชนิด มาเติมเกลือละลายน้ำลงไปแล้วนำเหรียญที่มีคราบสกปรกใส่ลงไปตั้งเวลาไว้ประมาณ  30  นาที  ภายหลัง  30  นาที  นำเหรียญออกมาล้างน้ำสะอาดพบว่าเหรียญที่อยู่ในน้ำผสมไม้ที่มีค่า pH สูงที่สุดมี่ความสะอาดมากที่สุด  เพราะกรดที่เข้มข้นจะมีฤทธิ์การกัดกร่อนมากที่สุดตามลำดับความเข้มข้นของกรด 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทดลอง
         1.  สามารถนำน้ำผลไม้มาทำความสะอาดเหรียญที่มีคราบสกปรกได้
      
  2.  สามารถทราบถึงฤทธิ์ของกรดที่กัดกร่อนคราบสกปรกบนเหรียญได้
        
3.  สามารถทราบว่าน้ำผลไม้ชนิดใดมีค่าความเป็นกรดมากและมีฤทธิ์การกัดกร่อนไดดีที่สุด
ข้อเสนอแนะ
      1.  เราอาจนำน้ำผลไม้ชนิดอื่นที่มีฤทธิ์เป็นกรดที่หาได้ง่ายตามครัวเรือนของคุณ 
      2.  เราอาจนำการทดลองนี้ไปทดลองกับสิ่งอื่นๆที่มีคราบสกปรกติดอยู่  เช่น  สร้อยคอ  แหวน พวงกุญแจ










                                                              บรรณานุกรม
_____ . ตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนอรุโณทัย  จังหวัดลำปาง
_____. นพ.ประวิตร  พิศาลบุตร.นิตยสารเพื่อสุขภาพ หมอชาวบ้าน (กรดคือ ?) . ฉบับที่  322 : กรุงเทพ:สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน บจก. , 2550
 _____. www.google.com


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น